21 June 2012

เทคนิคการใส่เลขหน้าใน MS Word 2010


    เนื่องจากช่วงทำรายงานผมวุ่นวายกับปัญหาการใส่เลขหน้าอยู่นาน โพสนี้เลยมาแบ่งปันเทคนิคการใส่เลขหน้าเฉพาะหน้าที่ต้องการครับ  วิธีการโดยสรุปคือแบ่งเอกสารเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะไม่ใส่เลขหน้าและส่วนที่สองจะใส่เลขหน้า  ก่อนอื่นเราต้องกำหนดจำนวนหน้าที่ไม่ต้องการใส่เลขหน้าก่อน ตัวอย่างจะเว้นเฉพาะหน้าปก 1 หน้า

    1. เปิดเอกสารใหม่ ที่หน้าแรกเลือกแท็บ Page Layout >> Breaks >> หัวข้อ Section Breaks เลือก Next Page (คลิกดูรูปใหญ่ได้)


    **2. ที่หน้าสองเลือกแท็บ Insert >> Page Number >> หัวข้อ Page numbering, เลือก Format Page Number, เลือก Start at และพิมพ์เลข 1


    3. ที่หน้าสองเลือกแท็บ Insert >> Page Number เลือกรูปแบบที่ต้องการ เช่น บน-ล่าง, ซ้าย-ขวา

**4. ที่หน้าสองเลือกแท็บ Design >> เลือก Link to Previous ออก


    5. ที่หน้าแรก Double click ที่เลขหน้าแล้วลบออก

    เท่านี้ก็เรียบร้อย  ถ้าใครต้องการเว้นมากกว่า 1 หน้าก็ทำขั้นที่ 1 ซ้ำตามจำนวนหน้า แล้วทำขั้นที่ 2 ในหน้าที่เราต้องการ
    วิธีนี้ยังนำไปใช้ในกรณีที่เราไม่ต้องการให้ส่วนหลังของเอกสารเปลี่ยนเมื่อแก้ไขส่วนก่อนหน้า เช่น เมื่อแก้ไขเฉพาะบทที่หนึ่งก็จะไม่ส่งผลกับบทที่สอง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาจัดหน้ากระดาษใหม่ครับ
    
    ปล. ผมว่า Word ปรับแต่งได้ละเอียดมากนะแต่การตั้งค่าก็ยากมากเหมือนกัน  อย่างกรณีนี้ดูเหมือนง่าย ๆ แต่เอาเข้าจริงก็ซับซ้อนน่าดู -*-

20 May 2012

Glory The Blues


    "ทีมที่ดีกว่าไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไป" ประโยคคลาสสิกที่ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในเกมกีฬาแสดงมนต์ขลังอีกครั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา ณ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนี

    ไม่ต้องรอสถิติออกมาก็รู้ว่าเชลซีเป็นรองทั้งรูปเกม การครองบอล และโอกาสยิงตรงกรอบที่นับได้ด้วยมือข้างเดียว  จะว่าไปแล้วทีมจากอังกฤษไม่ได้เล่นต่ำกว่ามาตรฐานหรอกแต่ความแข็งแกร่งของทีมเจ้าถิ่นต่างหากที่ทำให้เกมของพวกเขาเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด  อย่างไรก็ดีดูเหมือนเทพีแห่งโชคชะตาเลือกมอบรอยยิ้มให้เชลซีแทนที่จะเป็นบาเยิร์น มิวนิค เริ่มตั้งแต่ประตูตีเสมอนาทีที่ 88 เรื่อยมาจนถึงการป้องกันลูกโทษในต้นครึ่งแรกของการต่อเวลา และสุดท้ายเสาประตูที่เป็นใจให้เชลซีทีมที่ไม่เคยได้สัมผัสถ้วยบิ๊กเอียร์แม้แต่ครั้งเดียวได้รับชัยชนะและคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์มาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

    สุดท้ายนี้ในฐานะแฟนไม่ประจำขอแสดงความดีใจกับความสำเร็จของทีมที่ได้มาจากความอดทนและความมุ่งมั่น ยินดีด้วยเป็นอย่างยิ่ง GLORY THE BLUES!!

    ปล. ก่อนจะตื่นมาดูฝันว่าเชลซีชนะ 5-3 ตื่นมาก็รู้ว่าเป็นแค่ฝันแหง ๆ
    ปล. ช่วงนี้หนักหัวไปกับรายงานหลายตัว แต่พอมาเขียนบล็อกแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดได้นะ

09 April 2012

ตำรวจ คนเมา และเราสามคน


      เมื่ออาทิตย์ก่อนประมาณเที่ยงคืนผมได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนโหวกเหวกอยู่นอกบ้าน  แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรคิดว่าเป็นคนเมาธรรมดา  จนผมลงมาหาของกินข้างล่างเห็น Cindy (แฟนเจ้าของบ้าน) กับ Betty (แม่) เกาะหน้าต่างมองหาเสียงที่อยู่ข้างนอกนั่นละ  สองคนเลยชวนผมออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น  ปรากฎว่ามืดครับมองแทบไม่เห็นได้ยินแต่เสียงคำรามไกล ๆ  เราไม่เห็นว่าผู้ชายคนนั้นอยู่ตรงไหน มีอาวุธรึเปล่าเลยตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจแล้วรอดูสถานการณ์ในบ้าน  รอประมาณ 15-20 นาทีตำรวจก็มาถึงพูดคุยกับผู้ชายคนนั้นซักพัก สรุปว่าเมาเฉย ๆ ไม่มีท่าทีทำร้ายคนอื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็โดนหิ้วขึ้นรถตำรวจไป  เราสามคนเลยได้กลับไปนอนอย่างสบายใจ

      มาคิด ๆ ดูก็อดเปรียบเทียบกับบ้านเราไม่ได้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กันที่เมืองไทย แต่ผมมั่นใจว่าท่าทีของตำรวจคงต่างไปจากนี้แน่  ที่พูดมานี่ไม่ได้จะว่าตำรวจไทยนะครับ  แต่เห็นได้ชัดว่าแต่ละสังคมให้ความสำคัญกับแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน ที่ออสเตรเลียนี่เค้าเน้นความปลอดภัยมากสังเกตได้จากกล้องวงจรปิดที่มีทั่วไป ปุ่มสัญญานฉุกเฉินบนสะพาน ไฟส่องสว่างตามที่สาธารณะ ฯลฯ  รวมไปถึงระเบียบปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายค่อนข้างเข้มแข็ง อย่างกรณีนี้คงมีขั้นตอนว่าจับแล้วจะทำอย่างไรต่อ ละเมิดสิทธิของคนที่โดนจับหรือไม่ (คิดเองนะ)  ผมเชื่อว่า ความปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สังคมต้องมี  ถ้าคนในสังคมรู้สึกปลอดภัยพวกเขาก็ใช้ชีวิตตามปกติ ทำหน้าที่ของตัวเองได้เต็มที่  ในทางกลับกันถ้าคนในสังคมรู้สึกไม่ปลอดภัยพวกเขาย่อมระแวง, กังวลจนอาจส่งผลต่อการดำเนินชีวิต และกลายเป็นอุปสรรคในการเจริญเติบโตของสังคมนั้นในที่สุด  ผมหวังให้บ้านเราใส่ใจและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังมากกว่านี้เพื่อให้สังคมไทยได้น่าอยู่มากขึ้น

      ปล. รูปล่างนี่ไม่ใช่เรื่องข้างบนแต่มีรถตำรวจมาในหมู่บ้านเหมือนกันเลยเอามาแปะให้เข้ากับบรรยากาศซะหน่อย


06 April 2012

Instagram for Android


      สวัสดีครับ หลังจากหายไปนานเพราะอินเทอร์เน็ตไม่ค่อยดีวันนี้ได้กลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง ช่วงที่อินเทอร์เน็ตเสียเนี่ยก็มีเรื่องให้เขียนอยู่เหมือนกันแต่พอเขียนตอนนี้ก็ค่อยไม่อินแล้ว โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวเทคโนโลยีที่พอพ้นไปวันนึงก็กลายเป็นความล่าช้าไม่ทันสมัยไป  ตรงข้ามกับเรื่องที่จะเขียนวันนี้ครับถึงแม้จะช้าไปบ้างแต่ก็ยังอยู่ในกระแสนั่นก็คือ Instagram for Android นั่นเอง หลังจากมีข่าวการพัฒนามานาน (มาก) ก็เปิดตัวให้ผู้ใช้แอนดรอยด์ได้ใช้ซะที  ผมลองโหลดมาเล่นเมื่อวานนี้ ใช้งานง่ายดีครับ หน้าตาแอพคล้ายฝั่ง iOS มีฟิลเตอร์ครบครันแต่ยังขาดบางฟังก์ชั่นเช่น Tilt-shift  ด้วยความที่ฟิลเตอร์มันเยอะเหลือเกิน, รูปตัวอย่างในแอพก็เล็กนิดเดียว ผมเลยทำตัวอย่างฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ แปะไว้ข้างล่าง


      นอกจากนี้ผมไปเจอว่าฟิลเตอร์ของ Instagram นั้นนำมาจากกล้องฟิลม์และกล้องโลโม่ซะด้วย  ผมเองเคยเล่นโลโม่อยู่บ้างเลยขอนำเสนอที่มาของฟิลเตอร์บางตัวใน Instagram ครับ ตัวแรก X-Pro เค้าว่ามาจาก LC-A King of Lomo ที่ให้สีสันจัดจ้านบวกกับฟิลม์ Velvia ของ Fuji ล้างด้วยเทคนิค Cross-processed (แต่ผมว่าก็คล้าย X-pro Slide Film ของ Lomography อยู่นะ) ภาพออกสีฟ้า ๆ เขียว ๆ ตัวที่สอง Lo-Fi มาจาก Holga กล้องเลนส์พลาสติกฮ่องกงบวกกับ Kodak Ektachrome ล้างด้วยเทคนิค Cross-processed ภาพที่ได้คอนทราสต์จัดติดสีฟ้าและเหลือง และฟิลเตอร์ที่ผมชอบเป็นพิเศษ Earlybird ได้จากกล้องโพลารอยด์สุดเท่ SX- 70 บวกฟิลม์หมดอายุ ภาพเลยออกมาจาง ๆ ตุ่น ๆ ถ้าสังเกตให้ดีขอบฟิลเตอร์ใน Instagram ก็เป็นลายโพลารอยด์ด้วย ฟิลเตอร์และรายละเอียดอื่น ๆ ดูได้จากที่มาจ้ะ

     ความร้อนแรงของ Instagram for Android ไม่ใช่แค่ยอดดาวน์โหลด 1 ล้านครั้งใน 24 ชั่วโมง ยังก่อให้เกิดดราม่าเล็ก ๆ ซึ่งน่าสนใจว่าแค่ความแตกต่างของระบบปฏิบัติการมือถือกับแอพตกแต่งภาพนั้นแสดงให้เห็นความคับแคบในใจของมนุษย์ออนไลน์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่อย่าไปคิดมากครับทั้งสาวก iPhone และ Android ออกไปข้างนอก, ถ่ายรูปแล้วแต่งให้สวยด้วย Instagram กันเลย!

19 March 2012

คำขวัญวันเกิด

"ขยัน ประหยัด อดทน"